24. นานาสาระ โดย พิทยา ทิศุธิวงศ์










ปัญหาของผู้ปฏิบัติธรรมสายธรรมกาย

 

1. ผู้ที่เข้าถึงธรรมกายและ/หรือได้วิชชาแล้วเกิดความประมาทชะล่าใจ ไม่หมั่นรักษาภูมิจิตภูมิธรรม ให้สูงเข้าไว้ จึงเสื่อมถอยลงในกาลต่อมา
2. หมู่มารเพ่งเล็งผู้ที่เข้าถึงธรรมกายและ/หรือได้วิชชาแล้วเป็นพิเศษ หาทางปนเปื้อน และเล่นงานกลั่นแกล้ง หลอกล่อ ให้เสื่อมจากคุณ แต่สายปฏิบัติอื่นๆ ที่ส่งผลให้ได้คุณวิเศษ ก็มีปัญหานี้เหมือนกัน
3. ผู้ที่เข้าถึงธรรมกาย และ/หรือได้วิชชาแล้ว ทำงานในญาณ (ทำวิชชา) มากจนเกินไป มีการแก้โรค แก้ภัยพิบัติต่างๆ เป็นต้น จนกระทั่งหมดกำลังญาณ (หมดละเอียด) และหมดเปลืองบุญบารมี จึงเสื่อมถอยลงมา
4. ผู้ที่เข้าถึงธรรมกาย และ/หรือ ได้วิชชาแล้ว มีจรณะบกพร่อง ด้วยเหตุต่างๆ นาๆ วิชชาจึงคลอนแคลน และเสื่อมถอย
5. ผู้ที่เข้าถึงธรรมกาย ตัดสินใจที่จะยังไม่เข้านิพพาน ทั้งๆที่สามารถเข้าได้ หรือบรรลุเป็นพระอริยบุคคล เพราะยังอยากสร้างสมบารมีต่อ เพื่อทำงานในภพต่อไปจนกว่าจะถึง ที่สุดแห่งธรรมด้วยเหตุนี้ จึงดำรงอยู่อย่าง โคตรภูบุคคลซึ่งเสี่ยงต่อความผันแปรในภพ 3 ตามกฎพระไตรลักษณ์
6. ผู้ที่เข้าถึงธรรมกาย และ/หรือ ได้วิชชา มีบุญบารมีแต่เดิมมาน้อย จึงเสื่อมถอยไปเองจากวิชชา กิเลสจึงครอบงำอีกครั้ง ทำให้คุณธรรมด้อยลง และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ

By Pittaya Wong

28 August 2018


การแปลตำราทางพระพุทธศาสนา

การแปลโดยทั่วไปนั้นอาศัย 2 สิ่งควบคู่กัน คือ
(1) องค์ความรู้หลักการแปล
(2) ประสบการณ์ในการแปล

สำหรับองค์ความรู้หลักการแปลโดยสรุป ต้องมีสัดส่วนของ 3 สิ่ง คือ

(ก) ความถูกต้อง หรือ accuracy
(ข) ความเข้าใจได้ หรือ understanding
(ค) ความเป็นธรรมชาติของภาษา หรือ
naturalness

โดยคำนึงถึง 3 สิ่งดังกล่าวข้างต้น ใน
(
a) ระดับคำ หรือ word
(b) ประโยค หรือ sentence
(c) ระดับวาทกรรม หรือ paragraph

ทั้งหมดนี้ ควรนำมาใช้ในการแปล ภายใต้ “วัตถุประสงค์” เดียวกัน กับงานต้นฉบับ เช่น วัตถุประสงค์ของต้นฉบับเป็นงานโฆษณาชวนเชื่อ ฉบับแปลก็ต้องถูกแปลให้โฆษณาชวนเชื่อเช่นเดียวกัน

สำหรับการแปลตำราทางพระพุทธศาสนา มีลักษณะพิเศษคือ ต้องคงความถูกต้องของเนื้อหาสาระให้มากเข้าไว้ เพื่อมิให้พระธรรมคำสอนถูกบิดเบือนหรือตีความเข้าข้างนักแปล เพราะอคติของนักแปลเอง จากการวิจัยพบว่า ชาวต่างชาติยินดีที่จะได้เห็นภาษาบาลีอยู่ในเนื้อหาบทแปล เพื่อประโยชน์ในการสืบค้นในภายหลัง หรือเพื่อให้รู้สึกถึงความศักดิ์สิทธิ์และเก่าแก่ของตำรา เช่นเดียวกันกับการใช้ภาษาละตินในภาษาอังกฤษ นักแปลสามารถใส่ภาษาบาลีลงในเนื้อหาด้วยวิธีการต่างๆ เช่นใส่ในวงเล็บต่อท้ายศัพท์เฉพาะ หรือใช้ or ตามด้วยศัพท์พระบาลี

งานแปลที่ดี ที่แปลโดยนักแปลที่มีจริยธรรม ควรแปลโดยปราศจากอคติลำเอียง นักแปลจึงเป็นประดุจเครื่องถ่ายสำเนาเอกสาร ที่ถ่ายทอดต้นฉบับ ออกมาเป็นงานฉบับแปล ที่ให้ความรู้ความเข้าใจ ความถูกต้อง ใกล้เคียง หรือเหมือนต้นฉบับมากที่สุด ในขณะที่มีความเป็นธรรมชาติของสำนวนและมีไวยากรณ์ที่ถูกต้องในภาษาปลายทาง ซึ่งอาจจำเป็นต้องทำงานร่วมกับผู้ตรวจแก้ซึ่งใช้ภาษาปลายทางเป็นภาษาแม่

By Pittaya Wong  / 11 September 2018 /  www.meditation101.org


นานาสาระ ตอน: บทสรุปทั้งหมดทั้งสิ้นในการปฏิบัติตามคำสอนของพระพุทธศาสนานั้นได้แก่ (1) สัมมามโนกรรม หรือ Right[eous] Mind (2) สัมมาวจีกรรม หรือ Right[eous] Speech และ (3) สัมมากายกรรม หรือ Right[eous] Action. ซึ่งสามารถสรุปรวบยอดเป็นหนึ่งเดียวคือ “มีสัมมาปฏิบัติ” หรือ Right[eous] Practices.
- Pittaya Wong
www.meditation101.org


นานาสาระ ตอน ธัมมจักกัปปวัตนสูตร กับวิชชาธรรมกาย
by Pittaya Wong (21 May 2018)
www.meditation101.org

ผมเคยสวดบทธัมมจักกัปปวัตนสูตรอยู่เป็นประจำ สวดจนคิดได้ว่า แท้ที่จริงแล้ว หลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรมโดยดิ่งสมาธิเข้าสู่ศูนย์กลางกาย ในสายวิชชาธรรมกายนั้น ไม่ได้อยู่ที่ไหนไกลเลย แต่อยู่ในบทธัมมจักรฯ นี่เอง

เมื่อผมศึกษาบทสวดและคำแปล มีสาระคือ ให้หลีกเลี่ยงการปฏิบัติสุดโต่งทั้งสอง ซึ่งในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Practice จากนั้นจึงเข้าถึง มัชฌิมา ปฏิปทา คือ เส้นทางสายกลาง ซึ่งภาษาอังกฤษใช้คำว่า Path

คำถามคือ ทำไม ทางสายกลาง ไม่ใช้ Practice หากต้องการอุปมาว่าอยู่ระหว่าง Practice ที่สุดโต่งทั้งสอง

และเมื่อใช้คำว่า Path แล้ว ก็นำไปสู่ จักขุ ญาณ อุปสมายะ อภิญญายะ สัมโพธายะ นิพพานายะ แล้วสรุปว่า ทางสายกลาง ก็คือ มรรคมีองค์ 8 นั่นเอง ซึ่งก็น่าอัศจรรย์ว่า "มรรค" ก็คือ "Path" ส่วนองค์ 8 ก็คือ Practice ที่นำไปสู่ผล คือ Fruition และ นิพพานายะ ซึ่งเป็น Destination

อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่า บทสวดธัมมจักรฯ ที่แพร่หลายอยู่ในปัจจุบัน ดูเหมือนจะถูกตัดทอนไป และเกลาสำนวนแล้ว เพราะเนื้อหาเหมือนจะถูกรวบรัด สรุปความไป (บทสวดส่วนใหญ่เกิดจากการเรียบเรียงพระสูตรแล้วแต่งให้ท่องสืบทอดต่อๆ กันมา)

ดังนั้น หากเราจะหาหลักฐานเกี่ยวกับการปฏิบัติธรรม โดยเข้าสมาธิผ่านศูนย์กลางกาย ผมคิดว่าไม่ต้องไปหาที่อื่นใด ต้องค้นหาคัมภีร์ดั้งเดิมของธัมมจักกัปปวัตนสูตรให้พบ เพื่อดูว่า เนื้อหาเดิม ท่านว่าไว้ว่าอย่างไรบ้างครับ


"วิชาธรรมะพิเคราะห์" โดย พระจักรฯพิทยะ"

มองภาพรวม มองภาพเฉพาะ มององค์ประกอบ มองกระบวนการ ดูจุดเริ่มต้น หาจุดสิ้นสุด ดูความเชื่อมโยง เห็นการดำเนินไปข้างหน้า คิดการดำเนินย้อนกลับ รู้วัตถุประสงค์ เข้าใจกลยุทธ์ รู้จุดยุทธศาสตร์ เข้าใจประโยชน์ เข้าใจโทษ รู้จุดแข็ง รู้จุดอ่อน ทราบปัจจัยร่วมส่งผล ประมวลเข้าเป็นระบบ ซึ่งทำความเข้าใจและอธิบายได้ อย่างเป็นเหตุและผล บนบรรทัดฐานและมุมมองของพระธรรม ซึ่งตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าเป็นจริงเสมอ และไม่มีส่วนใดขัดแย้งกันเอง..

by Pittaya Wong
4 May 2018
www.meditation101.org


ผไท Tips: เทคนิคบรรลุขั้นยศของเทวดา หรือ "ชั้นของประกาฯ" ทั้ง 10 อย่าง

(1) ถ้าอยากตรัส "ธรรมา" ต้องปฏิบัติธรรมจนบรรลุเป็นพระอริยบุคคลชั้นต้น

(2) ถ้าอยากตรัส "ประภา" ให้ทำบุญค่าไฟฟ้าส่องสว่างวัดหรือสำนักที่มีองค์ผไทประทับอยู่

(3) ถ้าอยากตรัส "รัตนา" ให้ทำบุญค่ารัตนชาติประดับพระพุทธรูป เช่นพระอุณาโลม หรือพระเจดีย์ หรือจะถวายรัตนชาติให้องค์ผไท ใช้เดินวิชชาหรือใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่นบรรจุไว้ในพระเจดีย์ เป็นต้น

(4) ถ้าอยากตรัส "จริยา" ให้รับศีล หรือาราธนาศีล 8 กับองค์ผไท หรือพระพุทธรูปที่ผู้ที่ทรงผไท ลงมากส่วน ถ้าอาราธนาศีล 5 ควรเปลี่ยนข้อ 3 เป็น รักษาพรหมจรรย์ ดังนี้แล้ว รักษาศีลตามที่อาราธนาไว้ให้บริสุทธิ์เป็นเวลา 7 วัน

(5) ถ้าอยากตรัส "วิจิตรา" ให้ถวายดอกไม้ แด่พระประธานในพระอุโบสถวัดปากน้ำ ในวันขึ้น 15 ค่ำ หรือถวายองค์ผไท

(6) ถ้าอยากตรัส "เดชา" ให้ช่วยงานวัด โดยเฉพาะสำนักที่มีองค์ผไทประทับอยู่ ช่วยล้างจานชาม ยกของ ขนของ ฯลฯ

(7) ถ้าอยากตรัส "พัสตรา" ให้ถวายผ้าไตรจีวร แด่หลวงพ่อสด ที่หน้าโลงทองของท่าน ในวันขึ้น 15 ค่ำ หรือถวายองค์ผไทอื่นๆ

(8) ถ้าอยากตรัส "สุวคนธ์" ให้รินน้ำอบสรงไปที่พระหัตถ์และพระบาทของรูปเหมือนพระพุทธเจ้า พระจักรพรรดิ หรือองค์ผไท ที่ลงหลายส่วน

(9) ถ้าอยากตรัส "โยธิน" ให้ทำบุญสังฆทานสมทบค่าจัดจ้างคนงานในวัดหรือสำนักที่องค์ผไทประทับอยู่

(10) ถ้าอยากตรัส "ดุริยางค์" ให้ซื้อกล่องดนตรีมาเปิดบรรเลงถวาย รูปเหมือนพระพุทธเจ้า พระจักรพรรดิ หรือองค์ผไท ที่ลงหลายส่วน

โดย คณะสมทบพระจักรฯพิทยา
26 เมษายน 2561
www.meditation101.org


ขอแบ่งปันความรู้ให้ทราบโดยทั่วกันว่า ให้จัดเตรียมน้ำอบ ใส่ขวดแบบมีสเปรย์ อย่าให้มีแป้งร่ำผสม นำไปแช่เย็น แล้วใช้สเปรย์พรมไปที่องค์พระพุทธรูป ดวงแก้ว และของกายสิทธิ์ต่างๆ บางคราท่านเดินวิชชากันจนเหนื่อย ถ้าท่านได้น้ำอบพรมไว้ ท่านจะสบายนะ ถ้าจะสรง บางทีก็ใช้เวลามาก ซึ่งบางท่านก็ไม่สะดวกจะสรงบ่อยๆ ให้ใช้วิธีสเปรย์พรม 3 ครั้ง หรือ 7 ครั้ง ต้องดูสูตรน้ำอบให้ดี อย่าใช้น้ำอบที่แรงไปหรือมีแป้งร่ำ จะทำให้ผิวขององค์พระเป็นรอยแป้งนะ สเปรย์น้ำอบแช่เย็นพรมพระและสิ่งศักดิ์สิทธิ์นะ อานิสงส์ถวายของหอม จะทำให้จมูกสวย และทรงอภิญญา ส่วนถวายดนตรี กล่องเพลง จะทำให้ใบหูสวยล่ะ ถวายประทีปแสงไฟสวยๆ จะทำให้ตาสวย ถ้าสวดมนต์ ปากก็จะสวย
พระจักรฯพิทยา
26 เมษายน 2561
www.meditation101.org